Namoon – Pitchapa: The Giant Pillow and the Deeper Meaning of Sleeping

13June2025
เบื้องหลัง ‘การนอน’ และความหมายในหมอนยักษ์ ที่ไม่ได้สื่อถึงแค่เรื่องนอน
ของ น้ำอุ่น – พิชชาภา
เบื้องหลัง ‘การนอน’ และความหมายในหมอนยักษ์ ที่ไม่ได้สื่อถึงแค่เรื่องนอน ของ น้ำอุ่น – พิชชาภา
.
เมื่อเร็ว ๆ นี้ หลายคนในแวดวงศิลปะน่าจะเคยเห็นไวรัลเรื่อง “นอนในหมอนทำไม” ที่มาจากการตั้งคำถามของผู้ชมถึงผลงานศิลปะของ น้ำอุ่น – พิชชาภา หวังประเสริฐกุล (หรือ Ladyinred) ที่กำลังจัดแสดงอยู่ในนิทรรศการ ‘Early Years Project #8 : Be Your Own Island’ ผลงานชิ้นนั้นมีชื่อว่า ‘Things Left to Stay (2025)’ การแสดงสดที่แสดงควบคู่กับผลงานศิลปะจัดวางชิ้นอื่น ๆ ในชื่อ Things Left to Forget (2024)
.
ใต้โพสต์สุดไวรัลนั้น มีหลายความเห็นที่เข้ามาพูดคุยกัน บ้างก็สงสัย บ้างก็เข้าไปอธิบาย และบางคนก็ตั้งคำถามต่อไปว่าทำไมสิ่งนี้ถึงเป็นศิลปะ ในวันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ น้ำอุ่น – พิชชาภา หวังประเสริฐกุล และผลงาน Things Left to Forget (2024) และ Things Left to Stay (2025) ไปด้วยกันว่าผลงานศิลปะเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วตกลง ศิลปินเขาเข้าไปนอนในหมอนทำไมกันนะ ตามมาหาคำตอบไปด้วยกันเลย!
.
น้ำอุ่น – พิชชาภา หวังประเสริฐกุล ศิลปินเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตที่พูดถึง ‘อำนาจ’ ผ่านศิลปะที่ไร้อำนาจ
.
น้ำอุ่น – พิชชาภา หวังประเสริฐกุล เป็นศิลปินสายเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตรุ่นใหม่ ที่มักสร้างงานศิลปะเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ในโลกทุนนิยม ปัญหาสังคม การเมือง และอำนาจที่ไม่เท่าเทียม ผ่านการจำลองสถานการณ์ที่ลดทอนอำนาจของตัวเองลง แต่ส่งเสริมให้ผู้ชมมีอำนาจเพิ่มขึ้นในฐานะผู้จ้องมอง และผู้ที่มีส่วนร่วมและตอบสนองกับงานของเธอ
.
ในวัย 19 ปี เธอเคยได้รับเลือกให้เป็นผู้ช่วยในนิทรรศการ Abramović Method ซึ่งจัดแสดงในเทศกาลศิลปะนานาชาติ Bangkok Art Biennale 2018 ประสบการณ์ครั้งนั้นเปิดโอกาสให้เธอได้ใกล้ชิดกับผู้ชมและสัมผัสโดยตรงถึงปฏิกิริยาอันเข้มข้นทั้งทางร่างกายและอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ชมกับงานศิลปะแสดงสดอย่างลึกซึ้ง
.
Things Left to Forget (2024) และ Things Left to Stay (2025) ไม่ใช่ผลงานชุดแรกที่กลายเป็นไวรัล ก่อนหน้านี้ในปี 2022 เธอเคยโด่งดังจากการแสดงสดชื่อ ‘THE STANDARD’ ที่เธอเข้าไปใช้ชีวิตและนั่งทำงานอยู่ภายในกล่องกระจกเล็ก ๆ แคบ ๆ กลางหอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เป็นเวลาหนึ่งเดือน ภายใต้เทศกาล Bangkok Art Biennale 2022
.
Things Left to Forget (2024) และ Things Left to Stay (2025) ศิลปะจัดวางผสมการแสดงสดที่สะท้อนภาพความรุนแรงในครอบครัว
.
Things Left to Forget (2024) และ Things Left to Stay (2025) ศิลปะจัดวางผสมการแสดงสดที่สะท้อนภาพความรุนแรงในครอบครัว โดย Things Left to Forget (2024) คือผลงานศิลปะจัดวางที่สร้างขึ้นมาจากวัตถุซึ่งเคยเกี่ยวข้องกับความรุนแรงในอดีต เช่น ตะปู ไม้แขวนเสื้อ หมอน พวงมาลัยรถ และห้องน้ำ มาถ่ายทอดใหม่ให้กลายเป็นสิ่งของนุ่มนิ่มที่ไม่สามารถทำร้ายเธอได้อีก โดยวัตถุเหล่านี้เปรียบเสมือนตัวแทนของความทรงจำที่ไม่เคยจางหายและยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกายผ่านปฏิกิริยาอัตโนมัติของผู้เคยตกเป็นเหยื่อ สะท้อนถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ยังเกิดขึ้นซ้ำซากในสังคมไทยภายใต้รูปลักษณ์ธรรมดาของข้าวของในชีวิตประจำวัน ส่วน Things Left to Stay (2025) คือศิลปะการแสดงสดที่ศิลปินจะเข้าไปนอนอยู่ด้านในหมอนยักษ์ (หนึ่งในชิ้นงานศิลปะจัดวาง Things Left to Forget (2024) เป็นประจำในเกือบทุก ๆ เสาร์ของการจัดแสดงนิทรรศการ
.
แล้วศิลปินนอนในหมอนทำไม?
.
มาถึงจุดที่หลายคนสงสัยกันสุด ๆ นั่นก็คือ “ศิลปินนอนในหมอนทำไม” หากอ้างอิงจากคำอธิบายงาน Things Left to Stay (2025) การแสดงสดชุดนี้ถูกออกแบบมาให้ศิลปินเข้าไปนอนในหมอนขนาดยักษ์ ที่ตัดเย็บขึ้นมาจากเศษผ้าที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำวัยเด็ก โดยหมอนที่ศิลปินเข้าไปนอนคือหนึ่งในวัตถุที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในการทำร้ายของเธอ ดังนั้นการเข้าไปนอนในหมอนเลยเป็นเหมือนการแสดงให้เห็นว่า เธอไม่ได้เกรงกลัวกับวัตถุชิ้นนี้แล้ว และมันไม่สามารถทำอันตรายเธอได้
.
แต่ในขณะเดียวกัน การเลือกวิธีนอนของเธอก็ทำให้เราต้องหยุดและฉุกคิด เพราะตามปกติ เรามักจะนอน ‘หนุน’ หมอน ไม่ใช่การเข้าไปนอนด้านในหมอน การเลือกเข้าไปนอนด้านในเลยเป็นเหมือนภาพแทนของการ ‘กักขัง’ ที่สะท้อนให้เราเห็นว่า แม้ศิลปินจะเปลี่ยนวัตถุที่เคยทำร้ายเธอให้กลายเป็นสิ่งที่ดูไม่น่ากลัว ไม่มีพิษมีภัย แต่มันก็ยังคงหลอกหลอนและติดค้างอยู่ และยังคงกักขังเธอให้นึกถึงคืนวันเหล่านั้นได้
.
นอกจากนี้ การนอนของเธอยังไม่ใช่การนอนหลับสนิท เราจะเห็นศิลปินพลิกตัวไปมา ‘คล้ายกับคนที่ติดอยู่ในภวังค์ของ ‘ความฝัน’ แบบหลับกึ่งตื่น ภาวะที่ขอบเขตระหว่างความจริงกับจินตนาการพร่าเลือน และเปิดช่องให้ความทรงจำผุดขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว อาการพลิกตัวเหล่านั้นจึงไม่ใช่แค่การขยับกาย แต่เป็นภาพแทนของการดิ้นรนในพื้นที่ที่ไม่มีทางหนี เป็นช่วงเวลาที่ศิลปินต้องเผชิญกับสิ่งที่เธออาจไม่อยากจดจำมากที่สุด ความพยายามจะหลุดพ้นจากพันธนาการของอดีตกลับถูกดึงย้อนกลับเข้าไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าและกลายเป็นภาพแทนของความทรงจำที่ฝังแน่นอยู่ในใจโดยที่เธอไม่สามารถควบคุมได้อย่างแท้จริง เหมือนกับที่เราไม่สามารถเลือกได้ว่าจะฝันว่าอะไร
.
ดังนั้น การที่ศิลปินเลือกเข้าไปนอนในหมอน จึงเป็นการกระทำที่มีความหมายลึกซึ้งและชี้ชวนให้เราตีความร่วมไปกับเธอได้ว่า ภายใต้การนอนหลับฝัน ภายในหมอนใบโตใบนั้น อำนาจแบบใดกันที่กำลังครอบงำศิลปินไม่ให้หลุดพ้นออกมาได้กันแน่
.
นิทรรศการ Early Years Project #8 : Be Your Own Island ยังคงจัดแสดงตั้งวันนี้ – 29 มิถุนายน 2568 โดยการแสดงสดของ น้ำอุ่น – พิชชาภา หวังประเสริฐกุล จะมีขึ้นอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 14 และ 21 มิถุนายนนี้ สามารถตามไปชมการแสดงสดของเธอได้ที่ Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
.
เรื่อง: บงกชกร คำปุ๊ก
เครดิตภาพ: BACC
.